ลองก้มลงมองฝ่ามือ 2 ข้างของคุณและนับว่าเส้นลายมือที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณมีกี่เส้น ที่ตรงเหมือนเส้นบรรทัด คำตอบคือ ?  หมอดูลายมือ ลายเท้าหลายคนสามารถดูความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้แต่ไม่มีใครบอกได้สักคนว่า“อนาคตเราจะรวยเป็นอันดับที่เท่าใดของโลก? มีเงินเก็บกี่ล้านล้านบาท?” นั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องแสวงหาด้วยปัญญาจริงอยู่พรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด(Charisma)จักสามารถนำพาเราไปสู่ความต้องการได้ แต่ความชำนาญต่างหากที่ต้องแสวงหาให้เราสรรสร้างทุกสิ่งให้จีรังยั่งยืนอยู่คู่กับลมหายใจเรา การทบทวนเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง ทำให้เราไม่ลืมความรู้และเป็นการฝึกสมองให้คมอยู่เสมอ เพื่อเป็นนักคิด นักแก้ปัญหา ที่ปรึกษาที่ดี  สำนวนไทยสอนเพื่อตักเตือนสติว่า“สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” แล้วคุณเป็นอะไร ? พร้อมกันนั้น อย่าลืมหันมาดูแลสุขภาพร่างกายตนเองบ้าง พนักงานออฟฟิศที่มีชีวิตอยู่ติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตลอดการทำงาน 7-8  ชั่วโมง  มือคืออาวุธการเคาะ ดีด ที่ทรงอานุภาพ ควรบริหารมือด้วยวิธีการยืดคลายกล้ามเนื้อมือ หรือศัพท์แพทย์เรียก บริหารส่วน “Flexor digitorum Profundus” วันละ 20 ครั้ง ไม่ให้ยึดติดเกินไป ลุกนั่งเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง มิฉะนั้นนอกจากโรคเครียด ถามหาแล้ว โรคออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่ ก็ตามมาพร้อมโรคทางข้อนิ้วอีกระลอก ตกลงไม่รู้ว่าเราทำงานเพื่อสร้างฐานะหรือทำงานเพื่อสร้างสมโรคกันแน่? แล้วความสำเร็จอยู่ที่ไหน ?

          หากเรามองหาความสำเร็จ หวังเป็นหงส์ที่สง่างามใช่เป็ดกระพือปีกตามท้องร่องปลายนา สิ่งที่สำคัญคืออย่าปล่อยให้เทคโนโลยีมาเป็นระบบเซลล์ประสาทควบคุมระบบการทำงานในร่างกาย หรือต่อมระงับความรู้สึก ครั้งหนึ่งเคยได้รับมอบหมายภารกิจให้เป็นผู้นำองค์กรเพื่ออบรมในหัวข้อการสร้างมาตรฐานระบบงาน หลังจบการอบรมท่านที่ก้มหน้าก้มตาใช้นิ้วชี้เพื่อฝึกพัฒนาการการจิ้มโทรศัพท์อย่างดุเดือด เงยหน้าขึ้นมาอย่างหมองคล้ำ ขอบตาดำ นัยน์ตาไร้สาส์น พูดไม่ได้ศัพท์ ไม่เข้าใจงานที่ได้รับมอบหมาย จับใจความไม่ได้ ไม่สามารถสานงานในแผนกตนเองต่อได้ในขณะหัวหน้างานท่านอื่นทำเสร็จสมบูรณ์ นั่นสะท้อนภาพลักษณ์ในตนว่ากำลังถูกกับดักทางเทคโนโลยีเข้ามาทำลายการพัฒนาการเรียนรู้และความสำเร็จในงานเข้าอย่างจัง แล้วทฤษฎีพัฒนาการเรียนรู้ของฟรอยด์ 5 ขั้น จะมีความหมายอะไรกับมนุษย์ตัวโต?

           “ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ไม่ได้อยู่ที่การค้นพบสรรพสิ่ง แต่อยู่ที่นำสิ่งที่ค้นพบมาลดความเท่าเทียมกันได้อย่างไร” คำกล่าวของ บิลล์ เกตส์ ได้กล่าวไว้อย่างน่าชื่นชม  แต่หลายท่านยังคงวนอยู่ในกับดักความเจริญของชีวิต มนุษย์เราควรมีเทคโนโลยีมาเป็นทาสรับใช้ในการทำงาน ไม่ใช่มาเป็นเจ้านายเพื่อสั่งการหยุดนิ่งและทำลายหลักศีลธรรมทางสังคมด้วยอุปกรณ์ไม่มีลมหายใจ

            Vilfre Pareto นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาลีได้กล่าวถึง “หลักการพาเรโต 80/20”ผลผลิต 80% จะสำเร็จด้วยปัจจัย 20% โดยเราจะพบความสำเร็จและการพัฒนานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราทำงานมาก แต่ขึ้นอยู่กับเราทำงานน้อยแต่มีประสิทธิภาพ เราควรจัดลำดับความสำคัญของการทำงานอย่างรอบคอบ ดังนั้น ไม่ว่าเราจะโบยบินอย่างสง่างามในโลกธุรกิจหรือในหน้าที่งาน สิ่งที่ลืมไม่ได้คือ กระบวนการคิดเพื่อลำดับความสำคัญการทำงานเพราะในโลกนี้ไม่มีใครสามารถทำงานได้เกิน 25 ชั่วโมงหรอก แม้แต่ 7-11  เชื่อเถอะ!!

edit @ 9 Mar 2016 20:54:33 by อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์

Comment

Comment:

Tweet