หลายครั้งที่การทำงานมักไม่เป็นไปตามที่เราวางเป้าหมายไว้ในแต่ละวัน จึงทำให้เราต้องเสียเวลาพิจารณากับงานที่มาโดยมิได้นัดหมายให้แล้วเสร็จก่อนงานประจำ ทำให้เราเสียอารมณ์ เสียเวลาพร้อมทั้งหัวเสียกับงานไปพร้อมรอยตีนกาที่คืบคลานขึ้นมาบนใบหน้าก่อนเวลาอันควร แล้วเราจะแก้ไขปัญหาด้วยหลักการใดดีล่ะ?? หากท่านได้อ่านประวัติการทำงานของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายท่าน ทุกท่านใช้เวลาอยู่กับชีวิตการทำงานวันละ ไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างต่ำ ไม่ว่าจะเป็น Steve Jobs ,Warren Buffett ,Bill Gates พวกเขาเหล่านั้นมีการจัดสรรเวลาและการตัดสินใจเริ่มทำอะไรก่อน – หลัง อย่างไร ทำไมจึงประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งที่มีทุนชีวิตเท่ากันคือ 1 สมองและ 2 มือ ??แต่ทำไมหลายคนทำไม่ได้เหมือนเขา

            ในร่างกายมนุษย์เราประกอบด้วยเซลล์ประสาทมากมาย ประมาณ 10,000 ล้านตัว แต่ละตัวมีการประสาน ติดต่อกัน ซึ่งบริเวณที่ติดต่อประสานกันเรียกจุดนั้นว่า Synapse  โดยเป็นจุดที่เชื่อมโยงระหว่างเซลล์ประสาท บางคนอาจมีกลไกการทำงานของเซลล์ประสาทที่รวดเร็ว ฉับไว บางคนต้องใช้เวลาสักพักจึงจะรับรู้ความรู้สึกต่อสิ่งที่เร้า ดังนั้น กลไกการทำงานการรับรู้ ความรู้สึก สัมผัส การนึกคิดแต่ละคนอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสรีระ การดำรงชีวิตและการฝึกฝนการเรียนรู้เพื่อให้เท่าทัน

            หากเราต้องการเพิ่มทักษะภาวะผู้นำในตนเอง  สิ่งแรกที่ควรฝึกในการทำงานแต่ละวันนั่นคือ ฝึกการตัดสินใจอย่างเฉียบคม ชาญฉลาด ทันเวลาและถูกต้องครบถ้วน เพราะผู้นำที่ดีนั้นคุณสมบัติที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม โดยทุกครั้งก่อนเริ่มงานในแต่ละวันให้เราจัดลำดับความสำคัญงานออกเป็น เร่งด่วน+สำคัญ ,สำคัญ+ไม่เร่งด่วน,เร่งด่วน+ไม่สำคัญ,ไม่สำคัญ+ไม่เร่งด่วน นั่นคือ1. งานเร่งด่วนและสำคัญ ให้เราทำทันที ไม่รีรอ กำหนดระยะเวลาทำงานให้แล้วเสร็จ ตั้งใจทำอย่างเต็มที่โดยคำนึงถึงหน้าที่งานเป็นหลัก  2. งานสำคัญและไม่เร่งด่วน ให้เรากำหนดเวลาทำต่อจากงานหลักว่าทำเมื่อไรโดยไม่ควรผลัดวันประกันพรุ่ง ทำงานตามตารางเวลาที่กำหนด 3. งานเร่งด่วนและไม่สำคัญ ควรมอบหมายให้ผู้ที่สามารถทำแทนได้หรือมีหน้าที่ทำ แต่หากเป็นงานที่เราได้รับมอบหมายไม่สามารถให้ผู้อื่นแทนได้ ให้เราทำต่อจากงานที่สำคัญเป็นลำดับถัดไปทันที 4. งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ให้เราทำเป็นลำดับสุดท้ายหลังงานสำคัญและงานเร่งด่วนเสร็จสิ้น โดยไม่ให้เกินวันถัดไป

            หากเราตัดสินใจตามหลักการทำงานในกล่องดำ(BLACK BOX)นี้ จะพบว่าทำให้เราทำงานในแต่ละวันง่ายขึ้น มีการตัดสินใจทำงานรวดเร็ว มีขอบเขตการทำงานที่แน่นอนโดยไม่ทำให้เราต้องกลุ้มใจในการเลือกว่าจะทำงานใดก่อนหรือหลัง ทำงานตามเวลาที่กำหนดได้อย่างชาญฉลาด สำหรับผู้จัดการ(Manager)หรือหัวหน้างาน(Supervisor)สามารถนำหลักการกล่องดำการตัดสินใจนี้ไปใช้บริหารงานภายใต้หลักการ 4 แนวคิดการตัดสินใจนี้ เพื่อแก้ปัญหาและลำดับงานการบริหารอย่างรวดเร็วชาญฉลาดภายใต้สภาวะแรงกดดันในทีมงานได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นหลักในการโค้ชสอนแนะ(Coaching)พนักงานหรือพี่เลี้ยงในการฝึกสอนงานได้อย่างเฉียบคม  ทั้งนี้ อย่าลืมว่าให้กำหนดขอบเขตชีวิตการทำงานและเวลาการพักผ่อนมีความสมดุลต่อกันตามหลัก Work Life In Balance   เพราะแม้แต่เครื่องจักรยังมีเวลาหยุดพักเครื่องแต่คนทำงานล่ะจะไม่หยุดพักบ้างหรืออย่างไร ??  

...................................................................................

ติดตามบทความได้ที่

http://www.ophconsultant.com/blog/index.php

โดย อ.วีย์รฎา

พูดให้โดนใจผู้ฟัง

posted on 11 Sep 2016 11:09 by ophconsultant in Management directory Knowledge

            เตรียมข้อมูลนำเสนอในที่ประชุมอย่างดี พอเอาเข้าจริงตกหล่นไปหลายเรื่อง เซรงเป็ดเลยเรา!! เวลาพูดท่ามกลางมหาชนหมู่มาก ขาดความมั่นใจ ประหม่า ขาสั่น ทุกที ให้ได้อย่างนี้สิช้าน !! อยากพูดให้สนุก มีสาระ เป็นนักพูดกับเค้าบ้างอะไรบ้าง แต่ไม่เคยถึงฝั่งฝันสักหน !!   ต้องบอกว่าอาการดังกล่าวนักพูดหลายคนเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วนก่อนก้าวมายืนถือไมค์ ไฟส่องหน้า มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมๆกับทักษะนานับประการที่ถูกฝึกฝนมาอย่างมินิมาราธอนแต่ยังเยาว์ ย้อนดูตอนวัยเด็กเราหัดพูดเขียนภาษาไทยได้ ต่อมาครูก็เคี่ยวเข็นด้วยภาษาอังกฤษ ฟุด ฟิด ฟอ ไฟ เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยบางบริษัทก็ปฐมนิเทศอย่างหนักหน่วง ตั้ง Competency , KPIs ซะน้องใหม่แทบร้องไห้หาแม่ เมื่ออยากก้าวหน้าทั้งเงินเดือนและตำแหน่งก็ต้องฝึกบริหารให้เป็น พูดให้ถูกกาละเทศะ มิฉะนั้น ไม่มีใครอยากร่วมทีมทำงานด้วย

          อย่าได้หวั่นค่ะ ในตอนนี้คุณมีอาวุธที่คมกริชอยู่กับกาย นั่นคือ คำพูด รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งแน่นอน นักพูดที่ดีคือผู้ที่สามารถสะกดคนฟังด้วยน้ำเสียงและประโยคแรกของคำพูด จำไว้!!! ในงานมอบรางวัลพนักงานดีเด่นประจำปี …สวัสดีค่ะ วันนี้ตื่นเต้นจริงๆที่ได้มาเป็นพิธีกรในงานประกาศมอบรางวัลพนักงานดีเด่นนี้  (บั่นทอนกำลังใจตนเองและสร้างความไม่มั่นใจให้ผู้ฟัง อย่างแรง!!) เปลี่ยนประโยคใหม่เป็น สวัสดีค่ะ ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรษ  กว่าจะมาถึงค่ำคืนอันทรงเกียรตินี้ต้องบอกว่าคะแนนการคัดเลือกพนักงานของบริษัทเรา “เพชรตัดเพชร” เลยทีเดียว ….จะพูดอย่างไรให้ผู้ฟังประทับใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญกว่าการพูดให้ได้ตามเนื้อหาที่เตรียมมา

ขอแนะนำเทคนิคเบื้องต้น เพื่อให้โดนใจผู้ฟังแบบพอดิบพอดี

     1. อ่านบทความ หรือหนังสือ วันละ 1 เรื่อง ฝึกอ่านออกเสียงนะคะ สะกดตัว ร ล ตัวควบกล้ำ  ช้าๆชัดๆฝึกทุกวันให้เมื่อยลิ้นกันไปเลยทีเดียว การพูดชัด ฉะฉานถือเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของนักพูดเมื่อเจรจางานใดกับใครเป็นที่ประทับใจในน้ำเสียงที่คมชัด เปิดประชุมกี่ครั้งหัวหน้างานเราหรือผู้บริหารพูดได้ชัดเจนจับใจเหลือเกินต่างกับหัวหน้างานอีกแผนกพูดเบา ค่อย ฟังไม่ได้ศัพท์ ถามว่าเราจะภูมิใจใครมากกว่ากัน ??

     2. ฝึกเล่าเรื่อง ระหว่างสนทนาในกลุ่มเพื่อน กลุ่มทีมงาน หรือกลุ่มลูกค้า โดยฝึกลำดับใจความสำคัญของเรื่องง่ายๆคือ ใคร ทำอะไร ที่ไหนและอย่างไร ให้ผู้พูดนึกถึงตอนเราดูละครหรือภาพยนต์มีการดำเนินเรื่องและจบบริบูรณ์อย่างไร หากละครเรื่องนั้นจบแบบให้เรากังขาว่าตกลงจบแล้วหรือนั่น แสดงว่าการเล่าเรื่องไม่ประสบความสำเร็จ ที่สำคัญฝึกเน้นเสียง หนัก เบา สีหน้าไปพร้อมกับน้ำเสียง ที่สำคัญอย่าใส่อารมณ์ถึงพริกถึงขิงมากเพราะจะดูเรา เยอะไป !!!

     3. ฝึกใช้คำคม คำพังเพยเปรียบเทียบ ปรัชญาที่เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาที่พูด ทำให้เราดูเป็นนักพูดที่มีดีกรี ยิ่งนักพูดในเส้นทางวิชาการต้องอ่าน ค้นคว้า วิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศเพื่อนำมาอ้างอิงให้คำพูดมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่าง

• กรณีเราต้องการชื่นชมทีมงาน “แผนกขายเราเสมือนทำงานเข็นครกขึ้นภูเขา แต่น้องๆทุกคนสามารถทำงานที่ยากนี้มาแบบง่ายๆ พี่ชื่นชมพวกเราจากใจจริงๆ”

• กรณี มีการทำงานผิดพลาด  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวไว้ว่า “Anyone who has never made a mistake has never tried something new คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลยคือคนที่ไม่เคยลองทำอะไรใหม่ๆ” แต่ต้องเรียนรู้จะแก้ไขนะน้องนะ

• ซุนวู ได้กล่าวไว้ว่า “ชมคนด้วยวาจายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ ทำร้ายคนด้วยวาจาสาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ”

      4. ฝึกนำประสบการณ์หรือฝึกยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย หรือที่ผู้สอนเรียก “Case study” แต่ควรระวังการนำแต่ละเรื่องมายกตัวอย่าง ให้จำไว้ว่า ตัวอย่างที่นำมาพูดประกอบที่ดีนั้น ควรมี จุดเด่น 3 จุด คือ 1.ความยาวของเนื้องหาไม่ควรเกิน 5 นาที เพราะหลังจากนั้นความสนใจจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง  2.เป็นเรื่องแปลก มีความพลิกผันเหตุการณ์ สอดคล้องกับเนื้อหา หักมุมได้น่าติดตามที่สำคัญเรื่องมีความทันสมัย 3.เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟัง แต่หากกลุ่มผู้ฟังมีความหลากหลายในอายุ ให้นักพูดเลือกใช้เรื่องที่ ปัจจุบันคนกำลังให้ความสนใจอยู่หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบเดือนนั้น

     5. ฝึกกิริยา ท่าทางสง่างาม ใช้มือและนิ้วแต่พอดี อย่ากรีดกรายยกมือเกินงามทำให้ผู้ฟังสนใจแต่มือเรามากกว่าเนื้อหาที่พูด หากต้องรับบทบาทวิทยากร ควรมีอารมณ์ขัน มุมสบายๆสอดแทรกให้ผู้ฟังผ่อนคลายและเปิดทรรศนะทางการแสดงความคิดเห็น สิ่งที่นักพูดหลายคนอยากเห็นคือผู้ฟังไม่นั่งหลับตลอดรายการอบรม

     สำหรับใครจะพูดยาว พูดสั้นนั้นก็ขึ้นอยู่กับเนื้อหา ระยะเวลาที่ได้รับในการพูด หลังจากเมื่ออ่านเรื่องนี้จบแล้วให้คุณเริ่มหัดฝึกพูดเสียแต่วันนี้ ไม่แน่ พรุ่งนี้คุณอาจได้รับมอบหมายให้พูดท่ามกลางประชาชนหมู่มาก ยืนอยู่ระหว่างสายตาร้อยคู่ที่จับจ้อง ถ้าไม่เริ่มวันนี้แล้วจะมีความกล้าวันไหน ถึงเวลาแล้วที่คุณจะ “ปล่อยของ” ….

..................................................................................

ติดตามบทความได้ที่

http://www.ophconsultant.com/blog/index.php

โดย อ.วีย์รฎา

          คุณทราบหรือไม่? หากคุณไม่ออกกำลังกายสมองเสียแต่วันนี้ ภาวะสมองเสื่อม(Dementia) อาจมาเยือนในไม่ช้า…หากรู้วิธีดูแลและป้องกันเสียแต่วันนี้ เราจะมีสมองสดใส คิดอะไรก็บรรเจิด นำพาชีวิตพบแต่สิ่งดีดี

มาเรียนรู้สมองกัน …

          สมอง (Brain) นั้น มีรูปร่างก้อนรูปไข่(Egg-shaped)ขนาดใหญ่ สมองผู้ใหญ่น้ำหนักเฉลี่ย 1,300 กรัม ผิวสมองลักษณะเป็นลูกคลื่น  คลื่นที่นูนของสมองเรียก “Gyri” ร่องแยกลูกคลื่นเรียก “Sulci”  พื้นสมองที่ลักษณะเป็นคลื่น Convolution โดยพบว่าหากมีคลื่นสมองมาก ผู้นั้นจะมีสติปัญญาดี เฉลี่ยวฉลาด มีไหวพริบและความจำเป็นเลิศ   ดังเช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตล์ 

         “ โธมัส อาร์วีย์ พยาธิแพทย์ โรงพยาบาล พรินซ์ตัน ได้ทำการผ่าตัดสมองอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ปี 1955 และบันทึกภาพถ่ายเก็บไว้ แบ่งสมองเป็น 240 ส่วน เพื่อเก็บรักษา ต่อมา นักมานุษยวิทยา พบว่าสมองของไอน์สไตน์มีรอยหยักซับซ้อน ขรุขระมากกว่าคนปกติทั่วไป”

หน้าที่

          สมองสองซีกควบคุมการทำงานของร่างกายสลับกัน ขวาควบคุมซ้